หากคุณมีแพลนจะขับรถเที่ยวหรือต้องไปทำธุระที่ต่างจังหวัด ควรวางแผนการขับรถไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะคนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางในช่วงวันหยุดยาว เพราะรถบนท้องถนนจะเยอะเป็นพิเศษ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก ถ้าไม่อยากเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เรามาดูเทคนิคการขับรถทางไกลให้ปลอดภัยกันก่อนดีกว่า
ตรวจเช็กสภาพรถ
เมื่อต้อนเดินทางไกลนอกจากสภาพร่างกายของคนขับจะต้องพร้อมแล้ว สภาพรถยนต์ก็ต้องพร้อมด้วยเช่นกัน แนะนำให้ไล่ตรวจเช็กตั้งแต่แบตเตอรี่ น้ำกลั่น หม้อน้ำ ระบบหล่อเย็น ล้อและยางรถ เพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง
พักผ่อนให้เต็มที่
เมื่อรู้ว่าต้องเดินทางไกลควรพักผ่อนให้เพียงพอ ง่วง ไม่สบาย หรือเมื่อยล้าไม่ควรขับรถเด็ดขาด ทางที่ดีควรมีเพื่อนที่ขับรถเป็นคอยสลับกันขับจะดีที่สุด เพราะถึงแม้ว่าเส้นทางจะไม่คดเคี้ยว (ขับรถทางตรงเป็นระยะทางยาว) อาจทำให้งีบหลับได้ แต่ถ้าคนที่ไปด้วยขับรถไม่เป็น แนะนำให้ชวนกันคุยอยู่ตลอด หรือแวะปั๊มน้ำมันเพื่อล้างหน้าล้างตา หรือยืดแข้งยืดขาก่อนออกเดินทางต่อกันสักนิด
การใช้ความเร็วรถ
ขับช้าเกินไปก็ไม่ดี ขับเร็วเกินไปก็ไม่ควร หากคุณเป็นสายชิว ไม่เร่งรีบ ชอบขับช้า ๆ กินลมชมบรรยากาศ ไม่ควรขับรถชิดขวาสุด แนะนำให้ใช้ความเร็วที่เหมาะสม ไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป โดยยึดจากสภาพความคับคั่งของการจราจร สภาพถนน และความคุ้นเคยในเส้นทางเป็นหลัก
สังเกตป้ายเตือน
คนขับรถควรหมั่นสังเกตป้ายเตือนบนท้องถนนให้ดี เช่น การเตือนวิ่งทางโค้ง การไม่แซงบนสะพาน เพื่อพาตัวเองให้ห่างไกลจากอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากรู้สภาพเส้นทางด้านหน้าจะช่วยให้คุณเพิ่มความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น
ประกันรถยนต์
หนึ่งในเพื่อนร่วมทางที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้ตลอดทริป คือ “ประกันภัยรถยนต์” ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุ รถเสีย หรือปัญหาใด ๆ ก็ตาม ประกันภัยรถยนต์พร้อมอยู่เคียงข้างคุณเสมอ นอกจากนี้ยังช่วยรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามวงเงินคุ้มครอง โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งกังวลในเรื่องนี้มากจนเกินไป (ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ที่เลือกซื้อเป็นหลัก)
การเดินทางไกลไม่ว่าจะนาน ๆ ครั้งหรือบ่อยแค่ไหนก็ตาม การมีสติจดจ่ออยู่กับการขับขี่ตลอดเวลา จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ดีมาก ๆ นอกจากนี้การมีประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม ตอบโจทย์ ก็จะช่วยให้คุณอุ่นใจได้ตลอดการเดินทาง ไม่ต้องพะว้าพะวังว่าจะเผชิญหน้ากับปัญหาเพียงลำพัง หรือต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ยิ่งมีประกันรถยนต์ชั้น 1 ด้วยแล้วล่ะก็ ไม่ต้องกังวลอะไรเลยสักนิดเดียว

